บทที่ 6 ต่อไปข้าจะไปตามทางของข้าเอง
ตอนที่หลิงเฟิ่งออกมาจากจวนตระกูลหลี่ นางก็ไม่เห็นว่าหลี่กวนจะมอบใบแสดงตัวตนของนางให้กับคนที่มารับนาง
“อย่างไรบิดาของเจ้าก็ต้องมอบให้ตระกูลซ่งอยู่แล้ว”
“แต่ข้า ต้องการให้เขาตัดขาดข้าอย่างแท้จริง หากท่านอยากขอบคุณที่ข้าช่วยยื้อชีวิตของท่านเอาไว้ได้ ท่านช่วยปิดเรื่องที่ข้าหายบ้า ไม่ให้ผู้อื่นรู้เข้าใจหรือไม่”
“เหตุใดถึงไม่ต้องการบอกครอบครัวของเจ้าเล่า พวกเขาจะต้องดีใจที่เจ้าหายดีแล้วอย่างแน่นอน” เขามองนางด้วยสายตาประหลาด มีที่ไหน ที่หายดีแล้ว ไม่ต้องการให้คนในครอบครัวรู้
“หากครอบครัวของข้าดีต่อข้าจริง พวกเขาจะขายข้าเพียงเงินแค่สองตำลึงเงินรึ อีกอย่างท่านมองสภาพข้าตอนนี้สิ ข้าดูเหมือนคนที่ควรจะมีชีวิตรอดออกมาจากตระกูลหลี่หรือไม่”
ชุยหยุนมองสำรวจร่างกายของนางอย่างละเอียด เสื้อผ้าที่นางสวมใส่ก็ตัวใหญ่กว่าที่จะเป็นของนาง อีกทั้งใบหน้าก็ซูบผอมจนน่าเวทนา
“หากเจ้าได้มาแล้วจะทำเช่นใด”
“ท่านเอาข้าไปปล่อยทิ้งไว้ที่ใดก็ได้ ต่อไปข้าจะไปตามทางของข้าเอง”
“ได้อย่างไรกัน!!! เจ้าเป็นสตรี อีกอย่างตอนนี้เจ้าก็เป็นคนของตระกูลซ่งแล้วด้วย”
มารดาเขายอมใช้เงินทั้งหมดที่มีอยู่ในเรือน เพื่อซื้อตัวนางให้มาเป็นเจ้าสาวลงหลุมไปพร้อมเขา หากเขาพานางไปทิ้งตามที่นางพูด โดยผู้อื่นไม่รู้ว่านางหายเสียสติแล้ว เช่นนี้เขาจะไม่ถูกตราหน้าว่าชั่วช้าหรอกรึ
“ข้าจะหาเงินมาใช้คืนให้ อีกอย่างท่านก็ไม่ได้ตาย ข้าคงไม่ต้องลงหลุมไปพร้อมกับท่าน อย่างไรก็ไม่ได้กราบไหว้ฟ้าดิน จะเรียกว่าเป็นคนของตระกูลซ่งเต็มตัวก็คงไม่ถูก สัญญาซื้อขายตัว มารดาท่านได้ทำหรือไม่ หากไม่ได้ทำ หากข้าใช้เงินสองตำลึงเรียบร้อยแล้ว ก็เท่ากับว่าข้าควรจะได้อิสระใช่หรือไม่”
ชุยหยุนอ้าปากค้างมองหลิงเฟิ่งอย่างไม่อยากจะเชื่อ หากก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่านางเคยเสียสติมาก่อน เขาต้องคิดว่านางเป็นคุณหนูตกยากที่ถูกเลี้ยงดู สั่งสอนมาอย่างดีเป็นแน่
“เรื่องนี้ข้ามิอาจตัดสินใจเองได้ อย่างไรเจ้าก็อยู่ที่เรือนของข้าไปก่อน ส่วนเรื่องใบรับรองตัวตนกับหนังสือตัดขาด ข้าจะจัดการให้เจ้าเอง”
“...” หลิงเฟิ่งมองประเมินชุยหยุน ว่าคำพูดของเขานางสามารถเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด
ตอนนี้คงต้องอยู่ภายในเรือนตระกูลซ่งไปก่อน เมื่อใดที่ชุยหยุนไปนำใบรับรองตัวตนและหนังสือตัดขาดมาให้นางได้แล้ว นางจะได้หนีไปเริ่มชีวิตใหม่ของตนเองเสียที
“ได้ แต่ท่านจะหายดีเร็วเกินไปก็คงไม่ใช่ จะกลายเป็นทำให้ผู้อื่นสงสัยเอาได้ ท่านกลับไปนอนที่เตียงเถิด ประเดี๋ยวมารดาของท่านเข้ามา ท่านจะตอบนางเช่นใด”
“แล้วเจ้าเล่า” เขาดึงรั้งแขนของหลิงเฟิ่งเอาไว้ เมื่อนางหมุนตัวจะกลับไปนั่งที่มุมห้องตามเดิม
“ข้าจะนั่งอยู่ตรงนี้แทน”
“ไปนอนพักที่เตียงก่อนดีหรือไม่” เขามองร่างกายที่บอบบางของนางก็อดที่จะเห็นใจไม่ได้
“เตียงท่านใหญ่มากนัก นอนสองคนคงได้นอนทับกันตาย” หลิงเฟิ่งปรายตามองไปที่เตียงของชุยหยุน ที่เพียงแค่เขานอนผู้เดียวก็เหลือที่ว่างให้นางเพียงนิดเดียวเท่านั้น
“เอ่อ...ไว้ข้าจะเปลี่ยนเตียงใหม่ ตอนนี้เจ้าไปนอนพักก่อน ข้าจะไปนั่งที่พื้นเอง” เขาก้มหน้าลงอย่างเขินอาย เมื่อหลิงเฟิ่งนางพูดว่านอนทับกัน
“ไม่ต้อง หากมารดาท่านเข้ามา นางได้ทุบตีข้าแน่ ที่ปล่อยให้ท่านนั่งอยู่บนพื้นทั้งคืน” หลิงเฟิ่งโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเดินไปนั่งที่พื้นห้องเช่นเดิม
แม้ชุยหยุนจะยอมนอนลงบนเตียง แต่สายตาของเขาก็คอยเหลือบมองมาที่หลิงเฟิ่งอยู่ตลอด ด้วยเห็นใจที่นางต้องนั่งอยู่บนพื้นเย็นๆ ตลอดทั้งคืน
เมื่อเห็นร่างเล็ก ค่อยๆ ล้มกายลงนอนไปกับพื้นห้อง เขาก็ลุกขึ้นมาเขย่าเรียกตัวนางให้ไปนอนที่บนเตียง
“เฟิ่งเออร์ เจ้าไปนอนดีๆ เถิด ถึงจะเบียดกัน แต่ยังดีกว่าที่เจ้าต้องนอนทรมานบนพื้นเช่นนี้”
“หื้ม...ข้านอนได้” นางโบกมือให้เขา
“ร่างกายของเจ้าก็ยังมิฟื้นตัวดี หากล้มป่วยลง ที่เรือนข้าไม่มีเงินพาเจ้าไปหาหมอเข้าใจหรือไม่” เขาเอ่ยขู่นางออกมา
“ข้ามียาที่ช่วยให้เจ้าหายดีได้ ข้าจะปล่อยให้ตัวเองตายหรืออย่างไร” นางปรือตาขึ้นมามองเขาอย่างไม่พอใจ
น้ำวิเศษที่กินไปก่อนหน้านี้ คงหมดฤทธิ์ไปเสียแล้ว ด้วยนางมิได้กินเข้าไปเยอะกลัวว่าร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงมากเกินไป อีกทั้งนางยังไม่กล้าจะนำออกมากินเพิ่ม กลัวว่าชุยหยุนจะสงสัยถึงที่มาของมัน
ชุยหยุนจ้องมองนางอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะช้อนร่างของนางขึ้นไปนอนบนเตียง แม้หลิงเฟิ่งจะดิ้นรนแค่ไหนก็ไม่อาจจะสลัดเขาให้หลุดได้
“ตระกูลหลี่ จะปล่อยให้เจ้าอดตายจริงรึ” เขาอุ้มนางจึงได้รู้ว่าน้ำหนักตัวของนางน้อยกว่าที่เห็นมากนัก
“ท่านคิดเช่นใดเล่า” หลิงเฟิ่งเขยิบตัวเข้าไปจนติดกำแพงด้านในสุด แต่ตัวของชุยหยุนและนางก็ยังใกล้ชิดกันอยู่ดี
“ต่อไปเจ้าไม่ต้องกลัวแล้ว ต่อให้ตระกูลซ่งของข้าจะไม่ได้ร่ำรวย แต่จะไม่ปล่อยให้เจ้าอดตายอย่างแน่นอน” เขาจ้องมองนางอย่างยิ่งจัง
“อืม” หลิงเฟิ่งเพียงพยักหน้ารับ ก่อนจะมองสำรวจเตียงว่านางควรล้มตัวนอนเช่นใดดี
ในเมื่อหมอนก็มีเพียงหนึ่งเดียว และผ้าห่มก็มีผืนเดียวเช่นกัน
“นอนเถิด หมอนกับผ้าห่มเจ้าใช้ได้ตามสบาย”
“ขอบคุณ” หลิงเฟิ่งดึงหมอนกับผ้าห่มมาทางนางทันที แล้วล้มตัวลงนอนทันที
